ตลาดรถ MPV ไฟฟ้าในจีนกำลังร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลัง Leapmotor เตรียมเปิดตัว Leapmotor D99 รถ MPV เรือธงรุ่นใหม่ในวันที่ 25 มิถุนายน 2026 โดยรถรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งเป็น MPV ขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวและผู้บริหาร มาพร้อมทั้งรุ่นขยายระยะทาง EREV และรุ่นไฟฟ้าล้วน BEV

จุดเด่นสำคัญของ Leapmotor D99 คือการใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าแรงดันสูงระดับ 1000V ในรุ่นไฟฟ้าล้วน พร้อมแบตเตอรี่จาก CATL แบบ NCM-LFP “Super Hybrid Battery” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผสมจุดเด่นของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ ternary และ LFP เพื่อเพิ่มความหนาแน่นพลังงาน พร้อมควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับแข่งขันได้
ในตลาดจีน Leapmotor D99 จะเข้าไปชนกับกลุ่ม MPV ไฟฟ้าและ MPV พรีเมียมหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Denza D9, Zeekr 009, XPeng X9, Li Mega รวมถึง MPV พลังงานใหม่จากค่ายจีนรายอื่น ๆ ที่กำลังใช้จุดขายเรื่องพื้นที่ห้องโดยสาร ความสบาย และเทคโนโลยีอัจฉริยะเป็นหัวใจหลัก
Leapmotor D99 ใหญ่ระดับเรือธง ยาวกว่า 5.2 เมตร
Leapmotor D99 มีขนาดตัวถังอยู่ที่ 5,280 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,880 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,110 มม. ทำให้เป็น MPV ขนาดใหญ่เต็มตัว ไม่ใช่แค่รถครอบครัว 7 ที่นั่งทั่วไป
ด้วยความยาวกว่า 5.2 เมตร และฐานล้อมากกว่า 3.1 เมตร จุดขายหลักของรถรุ่นนี้จึงอยู่ที่พื้นที่ห้องโดยสาร ความโอ่โถง และความสบายของผู้โดยสารทุกแถว โดยเฉพาะแถวที่ 2 ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญของรถ MPV ระดับพรีเมียม
ดีไซน์ภายนอกของ Leapmotor D99 มาในแนว MPV ไฟฟ้าทรงเรียบแต่ล้ำสมัย ด้านหน้าใช้ชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน พร้อมไฟ DLP Projection Headlights ระดับหลายล้านพิกเซล ส่วนหลังคาติดตั้ง LiDAR สำหรับช่วยระบบขับขี่อัจฉริยะ
ด้านข้างใช้ล้อดีไซน์คล้ายทรงพายหรือ pie-shaped wheels ขณะที่ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้ายแบบพาดยาว และมี ISD Interactive Light Curtain ความยาว 1,498 มม. พร้อมชิป LED มากกว่า 8,260 จุด ทำให้ตัวรถมีภาพลักษณ์ไฮเทคตามสไตล์รถไฟฟ้าจีนยุคใหม่
ห้องโดยสาร 2+2+3 พร้อมเบาะแถวสองหมุนได้
ภายในของ Leapmotor D99 ใช้รูปแบบเบาะ 7 ที่นั่งแบบ 2+2+3 ซึ่งเป็นเลย์เอาต์ที่เหมาะกับรถ MPV ระดับครอบครัวใหญ่และรถผู้บริหาร
จุดเด่นที่สุดคือเบาะแถวที่ 2 แบบ Zero Gravity Aviation Seats ที่รองรับการหมุนได้สูงสุด 180 องศา และมีโหมดต้อนรับหรือ welcome mode ที่หมุนเบาะ 45 องศาเพื่อให้ขึ้นลงรถง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีโหมดชมวิว 90 องศา เหมาะกับการใช้งานแบบพักผ่อนหรือจอดรถชมวิว
เบาะแถวสองยังมาพร้อมระบบทำความร้อน ระบายอากาศ และนวด รวมถึงโต๊ะพับขนาดเล็ก 2 จุด ทำให้ตำแหน่งนี้เป็นไฮไลต์หลักของรถ
ส่วนเบาะแถวที่ 3 สามารถปรับเอนพนักพิงได้ถึง 180 องศา เพื่อสร้างท่านั่งหรือท่านอนแบบกึ่งเตียง และยังพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ โดย Leapmotor ระบุว่าพื้นที่ท้ายรถมีความจุ 706 ลิตร และสามารถขยายได้สูงสุด 2,890 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลัง



จอใหญ่เต็มคัน พร้อม AR-HUD 50 นิ้ว
Leapmotor D99 ไม่ได้ขายแค่พื้นที่ แต่ยังใส่เทคโนโลยีภายในแบบจัดเต็ม
ภายในมีหน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 10.25 นิ้ว จอกลาง 17.3 นิ้ว และ AR-HUD ขนาด 50 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีหน้าจอควบคุมสำหรับผู้โดยสารแถว 2 ขนาด 6 นิ้ว และจอความบันเทิง 21.4 นิ้ว ความละเอียด 3K ที่สามารถปรับองศาได้ด้วยไฟฟ้าระหว่าง 90-110 องศา
ระบบเสียงให้ลำโพงมากถึง 23 จุด รวมถึงลำโพงที่พนักพิงศีรษะฝั่งคนขับ รองรับ Dolby Panoramic Sound และมีกำลังขับสูงสุด 2,304W
อุปกรณ์ความสบายอื่น ๆ ยังรวมถึงตู้เย็น/อุ่นร้อนขนาด 11.4 ลิตร หลังคากระจกพาโนรามิกขนาดใหญ่ และระบบน้ำหอมในห้องโดยสารที่ปรับแต่งได้ 3 รูปแบบ
มีทั้งรุ่น EREV และ BEV
Leapmotor D99 จะมีให้เลือก 2 ขุมพลังหลัก คือรุ่นขยายระยะทาง EREV และรุ่นไฟฟ้าล้วน BEV
รุ่น EREV ใช้เครื่องยนต์ 1.5T ทำหน้าที่เป็น Range Extender ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 300 kW หรือประมาณ 402 แรงม้า จุดเด่นคือสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 480 กม. ตามมาตรฐาน CLTC และรองรับแพลตฟอร์มไฟฟ้าแรงดันสูง 800V
ส่วนรุ่น BEV หรือไฟฟ้าล้วน มีระยะทางขับขี่สูงสุด 700 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ใช้แบตเตอรี่ CATL แบบ NCM-LFP Super Hybrid Battery และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ โดยมีกำลังมอเตอร์สูงสุด 180 kW และ 230 kW
ไฮไลต์สำคัญคือรุ่น BEV รองรับแพลตฟอร์มแรงดันสูง 1000V และสามารถชาร์จเพียง 15 นาที เพื่อเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ประมาณ 350 กม. ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมากสำหรับรถ MPV ขนาดใหญ่ เพราะช่วยลดข้อกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างเดินทางไกล
แบตเตอรี่ CATL NCM-LFP คืออะไร
หนึ่งในจุดที่ทำให้ Leapmotor D99 น่าสนใจคือแบตเตอรี่ CATL แบบ NCM-LFP หรือที่ถูกเรียกว่า Super Hybrid Battery
โดยทั่วไป แบตเตอรี่ NCM มีจุดเด่นเรื่องความหนาแน่นพลังงานสูง ทำให้รถวิ่งได้ไกล แต่ต้นทุนสูงกว่า ส่วนแบตเตอรี่ LFP มีจุดเด่นเรื่องความทนทาน ความปลอดภัย และต้นทุนที่ควบคุมได้ดี แต่ความหนาแน่นพลังงานมักต่ำกว่า NCM
เทคโนโลยี NCM-LFP จึงพยายามนำข้อดีของทั้งสองรูปแบบมาผสมกัน เพื่อให้ได้แบตเตอรี่ที่มีระยะทางขับขี่ดีขึ้น โดยยังควบคุมต้นทุนและความปลอดภัยได้ในระดับที่เหมาะสม
สำหรับรถขนาดใหญ่อย่าง MPV เรือธง แบตเตอรี่ลักษณะนี้มีความสำคัญมาก เพราะตัวรถมีน้ำหนักสูง ต้องการแบตเตอรี่ความจุสูง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาต้นทุนให้แข่งขันได้




ระบบช่วยขับใช้ชิป Qualcomm คู่ 1280 TOPS
Leapmotor D99 ยังติดตั้งเทคโนโลยีช่วยขับขั้นสูง โดยใช้ชิป Qualcomm 8797 จำนวน 2 ตัว ให้พลังประมวลผลรวม 1,280 TOPS พร้อมรองรับโมเดล VLA หรือ Visual-Language-Action สำหรับระบบช่วยขับและฟังก์ชันอัจฉริยะ
เมื่อรวมกับ LiDAR บนหลังคา กล้อง และเซนเซอร์ต่าง ๆ ทำให้ D99 ถูกวางภาพลักษณ์เป็น MPV อัจฉริยะเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่รถครอบครัวไฟฟ้าที่เน้นความกว้างเท่านั้น
จุดนี้สะท้อนทิศทางของตลาดรถจีนที่เริ่มเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านแบตเตอรี่และระยะทาง ไปสู่การแข่งขันด้านระบบขับขี่อัจฉริยะ ห้องโดยสารดิจิทัล และประสบการณ์ใช้งานทั้งคัน
คู่แข่งของ Leapmotor D99 ในจีน
เมื่อดูจากขนาดตัวถัง เทคโนโลยี และการวางตำแหน่ง Leapmotor D99 จะต้องเจอกับคู่แข่งสำคัญหลายรุ่นในตลาดจีน
คู่แข่งโดยตรงอาจรวมถึง Denza D9 ที่เป็นหนึ่งใน MPV พลังงานใหม่ยอดนิยมของจีน, Zeekr 009 ที่เน้นตลาดพรีเมียม, XPeng X9 ที่เด่นเรื่องเทคโนโลยีและดีไซน์ล้ำสมัย รวมถึง Li Mega ที่วางตัวเป็น MPV ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์
ข้อได้เปรียบของ Leapmotor คือแบรนด์นี้มักทำราคาค่อนข้างดุดันเมื่อเทียบกับสเปก ทำให้หลายรุ่นของค่ายได้รับความสนใจในจีน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถไฟฟ้าสเปกสูง แต่ไม่อยากจ่ายแพงเท่าแบรนด์พรีเมียมเต็มตัว
หาก D99 เปิดราคามาได้ดี มีโอกาสที่รถรุ่นนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกน่าจับตาในกลุ่ม MPV ไฟฟ้าขนาดใหญ่
มีโอกาสเข้าไทยไหม
สำหรับประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า Leapmotor D99 จะเข้ามาทำตลาดหรือไม่ แต่แบรนด์ Leapmotor เริ่มมีบทบาทในตลาดโลกมากขึ้นผ่านความร่วมมือกับ Stellantis ซึ่งช่วยขยายโอกาสในการทำตลาดนอกจีน
หากมองในบริบทของไทย ตลาด MPV ไฟฟ้าขนาดใหญ่เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวใหญ่ ผู้บริหาร และผู้ใช้รถที่ต้องการพื้นที่เยอะกว่ารถ SUV ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม การนำ Leapmotor D99 เข้ามาขายในไทยอาจต้องดูหลายปัจจัย เช่น ราคาขายจริงในจีน ภาษีนำเข้า แผนการทำตลาดของ Leapmotor ในอาเซียน รวมถึงความพร้อมด้านบริการหลังการขาย
ถ้า D99 มีราคาที่แข่งขันได้ และเข้ามาพร้อมสเปกชาร์จเร็ว 1000V จริง ก็อาจเป็นรถที่สร้างแรงกดดันให้กลุ่ม MPV ไฟฟ้าในไทยได้ไม่น้อย โดยเฉพาะหากตั้งราคาต่ำกว่า MPV พรีเมียมจากแบรนด์จีนรายอื่น


สรุป Leapmotor D99 น่าสนใจแค่ไหน
Leapmotor D99 เป็นรถ MPV เรือธงที่น่าจับตา เพราะไม่ได้มีดีแค่ขนาดตัวถังใหญ่หรือห้องโดยสารหรู แต่ยังใส่เทคโนโลยีสำคัญหลายด้าน ทั้งแพลตฟอร์ม 1000V ในรุ่น BEV, แบตเตอรี่ CATL NCM-LFP, ระยะทาง CLTC สูงสุด 700 กม. และความสามารถชาร์จ 15 นาทีเพิ่มระยะทางได้ 350 กม.
ในฝั่งห้องโดยสาร D99 ก็ทำออกมาเพื่อแข่งขันกับ MPV ระดับพรีเมียมอย่างจริงจัง ทั้งเบาะแถวสองหมุนได้ เบาะ Zero Gravity ระบบนวด หน้าจอขนาดใหญ่ AR-HUD 50 นิ้ว ระบบเสียง 23 ลำโพง และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่
หาก Leapmotor เปิดราคามาดุดันเหมือนรถรุ่นอื่นของค่าย D99 อาจกลายเป็นหนึ่งใน MPV ไฟฟ้าที่น่ากลัวที่สุดในจีน และอาจเป็นรุ่นที่ทำให้ตลาด MPV ไฟฟ้าพรีเมียมต้องปรับตัวอีกครั้ง
