ยอดขาย EV จีน พฤษภาคม 2026 Leapmotor ขึ้นอันดับ 3

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนเดือนพฤษภาคม 2026 กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังค่ายรถรายใหญ่ทยอยประกาศยอดขายและยอดส่งมอบประจำเดือน โดยภาพรวมสะท้อนว่าตลาดรถพลังงานใหม่ หรือ NEV ในจีนยังมีการแข่งขันสูงมาก ทั้งจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD, Geely และ Chery ไปจนถึงผู้เล่นกลุ่มสตาร์ทอัพ EV อย่าง Leapmotor, Nio, Xpeng และ Li Auto

ไฮไลต์สำคัญของเดือนนี้คือ Leapmotor ทำสถิติยอดส่งมอบสูงสุดใหม่ที่ 81,569 คัน เพิ่มขึ้น 81.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยังครองตำแหน่งผู้นำกลุ่มสตาร์ทอัพรถพลังงานใหม่ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ขณะที่ BYD หยุดการลดลงแบบปีต่อปีได้สำเร็จ หลังยอดขายรถนั่งพลังงานใหม่เดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 376,990 คัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 60 คันจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

หมายเหตุ: ข่าวต้นทางใช้คำว่า EV แต่ตัวเลขส่วนใหญ่ในจีนจะนับเป็นกลุ่ม NEV หรือ New Energy Vehicle ซึ่งรวมทั้งรถไฟฟ้าล้วน BEV, ปลั๊กอินไฮบริด PHEV และรถ EREV ไม่ได้หมายถึงรถไฟฟ้า 100% ทั้งหมด

ภาพรวมยอดขาย EV/NEV จีน พฤษภาคม 2026

ข้อมูลจาก CarNewsChina ระบุว่า BYD ยังเป็นผู้นำตลาดรถพลังงานใหม่จีนในเดือนพฤษภาคม 2026 ด้วยยอดขายรถนั่ง 376,990 คัน ตามด้วยกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง SAIC และ Geely ขณะที่ Chery ทำยอด NEV ทะลุ 100,000 คันเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

ส่วนข้อมูลรวมจาก CnEVPost ซึ่งรวบรวมยอดขายและยอดส่งมอบจากรายงานบริษัท ระบุว่า BYD Group มียอดขาย NEV รวม 383,453 คันในเดือนพฤษภาคม 2026 ขณะที่ Geely Auto มียอดขายรวมทุกประเภท 237,637 คัน และ Chery Auto อยู่ที่ 231,944 คัน

แบรนด์ / กลุ่มบริษัท ยอดเดือน พ.ค. 2026 หมายเหตุ
BYD Group 383,453 คัน ยอด NEV รวมทุกกลุ่ม
BYD Passenger NEV 376,990 คัน ยอดรถนั่งพลังงานใหม่
Geely Auto 237,637 คัน ยอดขายรวมทุกประเภท
Chery Auto 231,944 คัน ยอดขายรวมทุกประเภท
Chery NEV 100,304 คัน NEV ทะลุ 100,000 คันอีกเดือน
Changan NEV 92,400 คัน รวมรถพลังงานใหม่
Leapmotor 81,569 คัน สถิติสูงสุดใหม่
Huawei HIMA 46,122 คัน กลุ่มรถภายใต้ Huawei
Nio 37,705 คัน เพิ่มขึ้น 62.4% YoY
Zeekr 34,377 คัน สถิติสูงสุดใหม่
Li Auto 33,350 คัน ลดลง 18.4% YoY
Xpeng 32,158 คัน ลดลง 4.1% YoY
Xiaomi EV มากกว่า 30,000 คัน ยังรักษาระดับสูง
GWM NEV 30,447 คัน ยอด NEV ยังตามหลังหลายค่าย

Leapmotor ทำสถิติใหม่ 81,569 คัน โต 81%

หนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดของเดือนพฤษภาคม 2026 คือ Leapmotor ซึ่งทำยอดส่งมอบได้ 81,569 คัน เพิ่มขึ้น 81.0% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นยอดสูงสุดใหม่ของบริษัท

การเติบโตของ Leapmotor น่าสนใจมาก เพราะไม่ใช่แค่การโตแบบชั่วคราว แต่แบรนด์นี้ยังขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มสตาร์ทอัพรถพลังงานใหม่ของจีนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 แล้ว สะท้อนว่า Leapmotor กำลังเปลี่ยนสถานะจากแบรนด์ทางเลือก ไปสู่ผู้เล่นหลักในตลาด NEV จีนมากขึ้นเรื่อย ๆ

ปัจจัยที่ช่วยหนุน Leapmotor คือการมีรถหลายระดับราคา ตั้งแต่รถสำหรับครอบครัวไปจนถึง SUV และรถที่เน้นความคุ้มค่า ซึ่งเข้ากับสภาพตลาดจีนช่วงนี้ที่ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับราคา ความคุ้มค่า เทคโนโลยี และระยะทางขับขี่ต่อการชาร์จ

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ Leapmotor มีความร่วมมือกับ Stellantis ซึ่งช่วยเปิดโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศในอนาคต โดยเฉพาะตลาดยุโรปและประเทศที่ต้องการรถ EV ราคาจับต้องง่าย

BYD กลับมาหยุดยอดขายติดลบ YoY ได้สำเร็จ

BYD ยังคงเป็นผู้นำตลาดรถพลังงานใหม่ของจีน แต่ในช่วงก่อนหน้านี้บริษัทเผชิญแรงกดดันจากยอดขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหลายเดือนติดต่อกัน เดือนพฤษภาคม 2026 จึงเป็นเดือนที่น่าสนใจ เพราะ BYD สามารถหยุดแนวโน้มการลดลงแบบ YoY ได้สำเร็จ

ถ้าดูเฉพาะยอดรถนั่งพลังงานใหม่ BYD ทำได้ 376,990 คัน เพิ่มขึ้นเพียง 60 คันจากเดือนพฤษภาคม 2025 ที่มียอด 376,930 คัน หรือพูดง่าย ๆ คือ “กลับมาบวกแบบเฉียดฉิว” แต่ในเชิงภาพรวมถือว่าสำคัญ เพราะช่วยหยุดสถิติยอดขายลดลงต่อเนื่องของบริษัท

หากดูยอด NEV รวมทั้งบริษัท BYD ทำได้ 383,453 คัน เพิ่มขึ้น 0.26% YoY และเพิ่มขึ้น 19.41% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2026 โดยจุดที่ช่วยพยุงตัวเลขอย่างชัดเจนคือยอดขายต่างประเทศ ซึ่งทำสถิติใหม่ที่ 160,644 คัน เพิ่มขึ้น 80.40% YoY และคิดเป็นประมาณ 42% ของยอดขาย NEV ทั้งหมดในเดือนดังกล่าว

ยอดในจีนของ BYD ยังอ่อน แต่ต่างประเทศโตแรงมาก

แม้ตัวเลขรวมของ BYD จะกลับมาบวก แต่ถ้ามองลึกลงไปจะเห็นว่ายอดขายในจีนยังไม่ง่ายนัก ข้อมูลจาก CnEVPost ระบุว่ายอดขายในประเทศจีนของ BYD เดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 222,809 คัน ลดลง 24.07% เมื่อเทียบกับปีก่อน

จุดนี้สะท้อนภาพตลาดจีนที่แข่งขันหนักขึ้น ทั้งสงครามราคา การเปิดตัวรุ่นใหม่จำนวนมาก และการเติบโตของคู่แข่งอย่าง Geely, Leapmotor, Chery, Huawei HIMA และ Xiaomi EV ทำให้ BYD ไม่ได้ครองตลาดแบบไร้แรงต้านเหมือนช่วงก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ยอดขายต่างประเทศของ BYD กลับเป็นตัวช่วยสำคัญมาก โดยเดือนพฤษภาคม 2026 ยอดขายนอกจีนแตะ 160,644 คัน เพิ่มขึ้น 80.40% YoY ถือเป็นสถิติใหม่ และทำให้ BYD ยังคงมีแรงส่งในฐานะแบรนด์รถพลังงานใหม่ระดับโลก

Geely, Chery และ Zeekr ยังเป็นกลุ่มที่ต้องจับตา

Geely Auto รายงานยอดขายรวมเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ 237,637 คัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.03% YoY ขณะที่ยอดขาย NEV ของ Geely อยู่ที่ 133,355 คัน แม้ลดลง 3.4% YoY แต่ยังถือว่าเป็นระดับยอดขายที่สูงมากในตลาดจีน

ในเครือ Geely แบรนด์ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ Zeekr ซึ่งทำยอดส่งมอบ 34,377 คัน เพิ่มขึ้น 81.8% YoY และทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าตลาดรถ EV พรีเมียมจีนยังมีช่องว่างสำหรับแบรนด์ที่วางตำแหน่งชัดเจน ทั้งเรื่องดีไซน์ เทคโนโลยี และภาพลักษณ์แบรนด์

ด้าน Chery Group ยังเป็นอีกค่ายที่โตเร็วในกลุ่มรถพลังงานใหม่ โดยยอด NEV เดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 100,304 คัน เป็นการทะลุ 100,000 คันเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน หลังจาก Chery เดินเกมรุกทั้งรถปลั๊กอินไฮบริด รถไฟฟ้า และแบรนด์ลูกหลายแบรนด์ในช่วงที่ผ่านมา

Nio ฟื้นแรง ส่วน Li Auto และ Xpeng ยังเจอแรงกดดัน

กลุ่มสตาร์ทอัพ EV จีนเดือนพฤษภาคม 2026 มีทั้งผู้ชนะและผู้ที่ยังต้องเร่งฟื้นตัว โดย Nio ทำยอดส่งมอบ 37,705 คัน เพิ่มขึ้น 62.4% YoY ถือเป็นเดือนที่แข็งแรงมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ยอดของ Nio แบ่งเป็นแบรนด์หลัก Nio จำนวน 20,013 คัน, Onvo จำนวน 12,029 คัน และ Firefly จำนวน 5,663 คัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการทำแบรนด์ย่อยหลายระดับราคาเริ่มช่วยขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น

ในทางกลับกัน Li Auto ส่งมอบ 33,350 คัน ลดลง 18.4% YoY ส่วน Xpeng ส่งมอบ 32,158 คัน ลดลง 4.1% YoY สะท้อนว่าตลาดรถพลังงานใหม่จีนไม่ได้โตเท่ากันทุกแบรนด์ แม้ภาพรวมจะดูคึกคัก แต่การแข่งขันด้านราคา เทคโนโลยี และการเปิดตัวรถใหม่ยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผู้เล่นหลายราย

Xiaomi EV และ Huawei HIMA ยังรักษากระแสได้ดี

อีกกลุ่มที่กำลังเปลี่ยนสมดุลตลาดรถ EV จีนคือแบรนด์เทคโนโลยีที่เข้ามาเล่นในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดย Xiaomi EV ส่งมอบมากกว่า 30,000 คันในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับการเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดรถยนต์

ส่วน Huawei HIMA หรือ Harmony Intelligent Mobility Alliance ทำยอดส่งมอบ 46,122 คัน ซึ่งมากกว่าหลายแบรนด์ EV ดั้งเดิม และแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศด้านซอฟต์แวร์ สมาร์ตค็อกพิท และระบบช่วยขับขี่ กำลังเป็นจุดขายสำคัญของตลาดรถจีนยุคใหม่

กลุ่มนี้ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมต้องปรับตัวเร็วขึ้น เพราะผู้บริโภคจีนไม่ได้มองแค่แบตเตอรี่ มอเตอร์ หรือระยะทางขับขี่ แต่เริ่มให้ความสำคัญกับประสบการณ์ใช้งานแบบสมาร์ตดีไวซ์บนล้อ เช่น หน้าจอ ระบบเสียง ระบบสั่งงานด้วยเสียง แอปพลิเคชัน ระบบช่วยขับขี่ และการอัปเดตซอฟต์แวร์

ตลาด EV จีนกำลังเข้าสู่ยุคคัดตัวจริง

ตัวเลขเดือนพฤษภาคม 2026 บอกชัดว่าตลาดรถพลังงานใหม่จีนยังมีขนาดใหญ่มาก แต่ก็ไม่ได้เป็นตลาดที่ทุกแบรนด์จะโตได้ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป

แบรนด์ที่มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน เทคโนโลยี ซัพพลายเชน และช่องทางขายต่างประเทศ เช่น BYD ยังสามารถรักษาฐานขนาดใหญ่ได้ ขณะที่แบรนด์ที่มีสินค้าโดนตลาดและราคาแข่งขันได้ เช่น Leapmotor ก็สามารถเร่งยอดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ในอีกด้านหนึ่ง แบรนด์ที่เคยเติบโตแรงอย่าง Li Auto และ Xpeng ต้องเจอกับแรงกดดันมากขึ้น เพราะตลาดเริ่มมีตัวเลือกเยอะขึ้น ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาง่ายขึ้น และหลายค่ายเริ่มใส่ฟีเจอร์อัจฉริยะเข้ามาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

สรุป: เดือนพฤษภาคม 2026 คือเดือนที่ Leapmotor เด่น และ BYD เริ่มกลับมาทรงตัว

สรุปภาพรวมยอดขาย EV/NEV จีนเดือนพฤษภาคม 2026 ได้ว่า Leapmotor คือผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในเชิงการเติบโต ด้วยยอดส่งมอบ 81,569 คัน และทำสถิติใหม่ของแบรนด์ ขณะที่ BYD ยังเป็นเบอร์หนึ่งของตลาด แม้การเติบโตจะบางมากเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การกลับมาหยุดยอดขายติดลบ YoY ได้สำเร็จถือเป็นสัญญาณสำคัญ

สำหรับตลาดโลก ตัวเลขนี้สะท้อนว่าแบรนด์รถจีนไม่ได้แข่งกันเฉพาะในประเทศอีกต่อไป แต่กำลังใช้ยอดส่งออกและตลาดต่างประเทศเป็นเครื่องยนต์หลักในการเติบโต โดยเฉพาะ BYD ที่ยอดขายนอกจีนแตะระดับสูงสุดใหม่

ในมุมผู้บริโภคไทย ข่าวนี้น่าสนใจเพราะหลายแบรนด์ในตารางยอดขายจีนเริ่มเข้ามาทำตลาดหรือมีโอกาสเข้ามาในไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น BYD, Geely, Zeekr, Deepal, Changan, GWM, Nio, Xpeng หรือ Leapmotor ดังนั้นตัวเลขยอดขายในจีนจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะมักเป็นสัญญาณล่วงหน้าว่ารถรุ่นไหน แบรนด์ไหน หรือเทคโนโลยีแบบใด กำลังจะกลายเป็นกระแสหลักในตลาดรถ EV ภูมิภาคเอเชียต่อไป

เลือกดูรถ EV ที่เหมาะกับคุณ

ค้นหารถไฟฟ้าตามงบประมาณ ระยะทาง ประเภทรถ และเปรียบเทียบสเปกก่อนตัดสินใจ